บันทึกจากห้อง AI

มาตรวัดที่อ่านได้ศูนย์: สิบเจ็ดชั่วโมงที่ตัวนับการใช้งานของเรานับขาด โดยไม่มีอะไรพัง

มาตรวัดที่อ่านได้ศูนย์: สิบเจ็ดชั่วโมงที่ตัวนับการใช้งานของเรานับขาด โดยไม่มีอะไรพัง

2026-10-10

เราย้ายที่เก็บการตั้งค่าของห้อง AI ส่วนใหญ่ในคืนวันที่ 9 ตุลาคม ตัวนับการใช้งานรายชั่วโมงยังอ่านที่เก่าอยู่ จึงนับได้น้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือศูนย์แปดชั่วโมงติด ไม่มีข้อความเตือนสักบรรทัด เราเจอเพราะตัวเลขในตารางดูน้อยผิดปกติ

เจ็ดสิบสองข้อ ตอบสิบข้อ: คืนที่เราให้ห้อง AI ตรวจบันทึกของกันและกัน

เจ็ดสิบสองข้อ ตอบสิบข้อ: คืนที่เราให้ห้อง AI ตรวจบันทึกของกันและกัน

2026-10-10

คืนวันที่ 9 ตุลาคม ห้อง AI ของเราเขียนบันทึกทบทวนงานของตัวเอง แล้วให้อีกห้องหนึ่งมาเขียนข้อติไว้ท้ายไฟล์ ได้ข้อติมา 72 ข้อ ในไฟล์มีคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร 10 ข้อ อีก 62 ข้อไม่มีอะไรต่อท้าย บทนี้เล่าว่าสิบข้อที่ได้คำตอบต่างจากที่เหลืออย่างไร และเรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ 62 ข้อนั้น

คู่มือที่ตามเครื่องมือไม่ทัน: สิบสามชั่วโมง ผิดไปหกข้อ

คู่มือที่ตามเครื่องมือไม่ทัน: สิบสามชั่วโมง ผิดไปหกข้อ

2026-10-10

ห้อง AI ของเราอ่านคู่มือหนึ่งหน้าก่อนสั่งงานผู้ช่วย คู่มือฉบับนั้นแก้ครั้งล่าสุดตอนตีหนึ่ง ตัวเครื่องมือถูกแก้ต่ออีกหลายครั้งจนถึงบ่ายสอง พอเราให้ผู้ช่วยอ่านสองไฟล์เทียบกันทีละข้อ ก็พบหกข้อที่คู่มือบอกอย่างหนึ่งแต่เครื่องมือทำอีกอย่าง บทนี้เล่าทั้งหกข้อ ข้อไหนอันตราย ทำไมการตรวจแบบนี้ถึงถูกมาก และคู่มือถูกแก้ภายในราวสิบนาทีหลังเราแจ้ง

บันทึกส่งต่องานที่เก่ากว่าความจริง: ห้อง AI เกือบปล่อยงานทับของที่ดีอยู่แล้ว

บันทึกส่งต่องานที่เก่ากว่าความจริง: ห้อง AI เกือบปล่อยงานทับของที่ดีอยู่แล้ว

2026-10-10

ห้อง AI ของเราเริ่มงานทุกรอบด้วยการอ่านบันทึกที่รอบก่อนเขียนทิ้งไว้ วันที่ 9 ตุลาคม ห้าห้องพบว่าบรรทัดในบันทึกแบบนั้นไม่ตรงกับของจริงแล้ว ห้องหนึ่งเกือบปล่อยงานซ้ำทับระบบที่ทำงานดีอยู่ อีกห้องเกือบสั่งงานสี่ชิ้นเพื่อแก้ของที่แก้ไปแล้ว บทนี้เล่าห้ากรณี สิ่งที่แต่ละห้องเปลี่ยน และข้อที่ยังเป็นแค่คำสัญญา

ผู้ตรวจที่กลายเป็นตรวจงานของตัวเอง: ตัวเลขจากการตรวจไขว้พันกว่าครั้งในวันเดียว

ผู้ตรวจที่กลายเป็นตรวจงานของตัวเอง: ตัวเลขจากการตรวจไขว้พันกว่าครั้งในวันเดียว

2026-10-10

เราเพิ่มขั้นตรวจไขว้ให้งานที่โมเดลเปิดเขียนแล้วมีการแก้ไข โดยให้โมเดลอีกตัวอ่านงานก่อนส่งกลับ ในวันเดียวกันเราปิดโมเดลตัวที่สอง ขั้นตรวจยังทำงานต่อ แต่ผู้ตรวจกลายเป็นโมเดลตัวเดียวกับผู้เขียน บทความนี้เล่าตัวเลขก่อนและหลังจุดนั้น และบอกตรง ๆ ว่าตัวเลขพวกนี้พิสูจน์อะไรไม่ได้บ้าง

สิบเอ็ดข้อที่ล้มเองได้ สิบข้อที่เป็นแค่ข้อความ: คืนที่ห้อง AI ของเราตรวจกติกาของตัวเอง

สิบเอ็ดข้อที่ล้มเองได้ สิบข้อที่เป็นแค่ข้อความ: คืนที่ห้อง AI ของเราตรวจกติกาของตัวเอง

2026-10-10

หลังวันทำงานหนักวันที่ 9 ตุลาคม ห้อง AI สิบเจ็ดห้องของเราเขียนทบทวนงานของตัวเอง ให้ห้องอื่นมาอ่านแย้ง แล้วห้องหนึ่งรวบรวมกติกาที่ทุกห้องเขียนขึ้นใหม่วันนั้นมาแยกเป็นสองกองด้วยคำถามเดียว คือถ้าข้ามกติกานี้ไป จะมีอะไรล้มไหม บทความนี้เล่าว่าแยกแล้วได้อะไร และทำไมตัวเลขสิบเอ็ดต่อสิบยังใจดีเกินไป

ยังไม่อยู่ในสายหลัก ไม่ได้แปลว่ายังไม่มีใครทำ: วันที่ห้อง AI ของเราแก้งานซ้ำกันเอง

ยังไม่อยู่ในสายหลัก ไม่ได้แปลว่ายังไม่มีใครทำ: วันที่ห้อง AI ของเราแก้งานซ้ำกันเอง

2026-10-10

วันที่ 9 ตุลาคม ห้อง AI หลายห้องของเราสั่งแก้งานที่มีคนแก้ไว้แล้ว บางชิ้นแก้เสร็จและขึ้นใช้งานไปแล้ว บางชิ้นมีอีกห้องแก้ค้างอยู่ในคิวรอรวม ทุกห้องตรวจก่อนสั่งงาน แต่ตรวจคนละที่กับที่งานซ่อนอยู่ บทความนี้ไล่ว่างานที่ทำแล้วซ่อนได้กี่ที่ และด่านเก้าบรรทัดที่เราเขียนขึ้นคืนนั้นยังขาดอะไร

คำว่า "ไปได้" ต้องบอกว่าไปได้กับรุ่นไหน: บทเรียนจากการผูกคำอนุมัติกับรหัสรุ่นเต็ม

คำว่า "ไปได้" ต้องบอกว่าไปได้กับรุ่นไหน: บทเรียนจากการผูกคำอนุมัติกับรหัสรุ่นเต็ม

2026-10-10

ในทีมที่ห้อง AI ตรวจงานกันเอง คำอนุมัติหนึ่งคำอาจถูกใช้กับโค้ดที่เปลี่ยนไปแล้วหลังอนุมัติ เราเจอเรื่องนี้จริงเมื่อ 7 ตุลาคม แล้วแก้ด้วยกติกาว่าคำอนุมัติต้องผูกกับรหัสรุ่นเต็มสี่สิบตัวอักษร บทความนี้เล่าว่ากติกานั้นพังได้กี่แบบในสองวันถัดมา ตั้งแต่พิมพ์เกินหนึ่งตัว ไปจนถึงด่านที่รับรหัสว่างเปล่า

ห้อง AI ที่เดาเวลาเอง: ตราเวลาในบันทึกเดินล้ำหน้านาฬิกาจริง

ห้อง AI ที่เดาเวลาเอง: ตราเวลาในบันทึกเดินล้ำหน้านาฬิกาจริง

2026-10-10

วันที่ 10 ตุลาคม ห้อง AI ของเราสามห้องพบว่าตราเวลาที่ตัวเองเขียนลงบันทึกเดินเร็วกว่านาฬิกาจริง ห้องหนึ่งล้ำไปราวสี่สิบห้านาที สาเหตุเดียวกันทั้งสามห้อง คือเขียนเวลาจากความรู้สึก ไม่ได้ถามนาฬิกา บทความสั้นนี้เล่าว่าเรารู้ได้อย่างไร และทำไมเรื่องเล็กแบบนี้ทำให้บันทึกทั้งฉบับเชื่อได้น้อยลง

คำสั่งที่ค้นหาโปรเซสแล้วเจอตัวเอง: ห้อง AI ฆ่าเชลล์ของตัวเองซ้ำกันทั้งวัน

คำสั่งที่ค้นหาโปรเซสแล้วเจอตัวเอง: ห้อง AI ฆ่าเชลล์ของตัวเองซ้ำกันทั้งวัน

2026-10-10

วันที่ 9 ตุลาคม ห้อง AI ของเราหลายห้องสั่งปิดโปรเซสด้วยการค้นจากข้อความในบรรทัดคำสั่ง แล้วคำสั่งนั้นไปเจอตัวมันเองก่อน เชลล์ที่กำลังทำงานจึงตายคาที่ บันทึกสรุปปลายวันนับได้ห้าห้อง บทความนี้เล่ากลไก ทำไมเขียนเตือนแล้วยังเกิดซ้ำ และด่านสิบห้าบรรทัดที่มาแทนคำเตือน รวมถึงช่องที่ด่านยังไม่ครอบ

พิสูจน์ว่าตัวทดสอบจับได้จริง แล้วลบงานแก้ทิ้งไปด้วย: ความผิดเดิมสี่ครั้งในสามห้อง

พิสูจน์ว่าตัวทดสอบจับได้จริง แล้วลบงานแก้ทิ้งไปด้วย: ความผิดเดิมสี่ครั้งในสามห้อง

2026-10-10

เรามีกติกาว่าตัวทดสอบใหม่ทุกตัวต้องถูกพิสูจน์ว่าตกได้จริง วันที่ 9 ตุลาคม ขั้นตอนพิสูจน์นั้นเองลบงานแก้ที่ยังไม่ได้บันทึกทิ้งไปสี่ครั้งในสามห้อง ทั้งที่มีบทเรียนเขียนเตือนไว้แล้ว บทความนี้เล่าว่าทำไมคำเตือนไม่ช่วย และเครื่องมือที่มาแทนคำเตือน

หมดรอบ ไม่ใช่ทำเสร็จ: วันที่ตัวช่วยเขียนโค้ดของเราชนเพดานซ้ำๆ แล้วรายงานว่าเรียบร้อย

หมดรอบ ไม่ใช่ทำเสร็จ: วันที่ตัวช่วยเขียนโค้ดของเราชนเพดานซ้ำๆ แล้วรายงานว่าเรียบร้อย

2026-10-10

วันที่ 9 ตุลาคม ตัวช่วยเขียนโค้ดที่วิ่งบนเครื่องของเราเองชนเพดานจำนวนรอบในอย่างน้อยห้าห้อง และตัวครอบที่เรียกมันยังส่งรหัสจบว่าสำเร็จ บทความนี้เล่าว่างานแบบไหนชนเพดาน ทำไมการเพิ่มเพดานอย่างเดียวไม่พอ และสิ่งที่เราเปลี่ยนในใบสั่งงาน

เช้าเดียวบนขบวนปล่อยงานที่ AI เดินเอง: หกครั้งที่ขึ้นระบบจริง และห้าเรื่องที่สะดุด

เช้าเดียวบนขบวนปล่อยงานที่ AI เดินเอง: หกครั้งที่ขึ้นระบบจริง และห้าเรื่องที่สะดุด

2026-10-10

เช้าวันที่ 10 ตุลาคม ห้อง AI ที่ดูแลการปล่อยงานของเรารวมงานเข้าสายหลักหลายสิบชิ้นและขึ้นระบบจริงหกครั้งก่อนบ่ายสอง บทความนี้ไม่ได้เล่าว่ามันเร็วแค่ไหน แต่เล่าห้าเรื่องที่สะดุดระหว่างทาง และกติกาที่เกิดขึ้นจากเรื่องเหล่านั้นในวันเดียวกัน

คัดลอกไฟล์จากกิ่งเก่า แล้วงานใหม่ของคนอื่นหายไปเงียบๆ

คัดลอกไฟล์จากกิ่งเก่า แล้วงานใหม่ของคนอื่นหายไปเงียบๆ

2026-10-10

ในวันเดียว ห้อง AI สามห้องของเราเกือบลบงานที่คนอื่นเพิ่ง merge ไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยคำสั่ง git ธรรมดาที่ไม่มีข้อความเตือนสักบรรทัด ผู้ตรวจเองก็เกือบปล่อยผ่าน เพราะตรวจว่าไฟล์เหมือนกัน แทนที่จะตรวจว่าบรรทัดที่เปลี่ยนเหมือนกัน บทความนี้เล่ากลไก และสิ่งที่เราเปลี่ยนจากบทเรียนเป็นสคริปต์

เก้านาทีที่ปล่อยงานไม่ได้ ทั้งที่ระบบไม่ได้ล่ม

เก้านาทีที่ปล่อยงานไม่ได้ ทั้งที่ระบบไม่ได้ล่ม

2026-10-10

กลางรอบปล่อยงานวันที่ 10 ตุลาคม ผู้ให้บริการโฮสต์ตอบกลับมาว่าแผนทดลองใช้หมดอายุ บริการที่รันอยู่ไม่สะดุดเลย สิ่งที่หายไปคือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงมัน บทความนี้เล่าเก้านาทีนั้นทีละนาที และเหตุผลที่ไม่มีตัวเฝ้าระวังตัวไหนของเราจะจับเรื่องแบบนี้ได้

ศูนย์ข้อผิดพลาด เพราะตัวตรวจตายก่อนจะนับ

ศูนย์ข้อผิดพลาด เพราะตัวตรวจตายก่อนจะนับ

2026-10-10

ตัวตรวจชนิดข้อมูลของเรารายงานข้อผิดพลาด 0 ทั้งก่อนและหลังแก้โค้ด งานจึงถูกรายงานว่าผ่าน ตัวเลขจริงคือ 3,058 สาเหตุคือโปรแกรมตรวจหน่วยความจำหมดแล้วตายไปก่อนพิมพ์อะไรออกมา บทความนี้เล่ากลไก วิธีแก้สองบรรทัด และเหตุผลที่เรายังไม่ถือว่าเรื่องนี้ปิด

เก้าชั่วโมงที่เราเร่งปิดงานค้าง แล้วพบว่าคอขวดไม่ใช่ AI

เก้าชั่วโมงที่เราเร่งปิดงานค้าง แล้วพบว่าคอขวดไม่ใช่ AI

2026-10-10

วันที่ 9 ตุลาคม เราให้ห้อง AI ทุกห้องเร่งปิดรายการงานค้างก้อนเดียวกัน ย้ายไปเครื่องใหญ่ขึ้น ขยายดิสก์ เพิ่มจำนวนงานที่รันพร้อมกัน ถึงเที่ยงคืนปิดได้ 149 รายการ บทความนี้เล่าว่าตัวเลขเดินอย่างไร อะไรพังระหว่างทาง และทำไมข้อสรุปของคืนนั้นคือ งานปิดได้เร็วเท่าที่คนตรวจทัน ไม่ใช่เร็วเท่าที่ AI เขียนทัน

การพิสูจน์ที่ไม่มีทางตก: เมื่อเราจงใจทำโค้ดพังแล้วเทสยังเขียวอยู่

การพิสูจน์ที่ไม่มีทางตก: เมื่อเราจงใจทำโค้ดพังแล้วเทสยังเขียวอยู่

2026-10-10

เรามีกติกาว่าเทสทุกตัวต้องถูกพิสูจน์ด้วยการจงใจทำโค้ดให้พังแล้วดูว่าเทสจับได้ไหม คืนหนึ่งเราทำโค้ดพังแล้วเทสยังผ่าน สาเหตุคือข้อมูลตัวอย่างในเทสมีแต่ตัวเลข บทความนี้เล่ากลไกของมัน และบทเรียนหนึ่งบรรทัดที่ได้

"จัดการแล้ว" ไม่ใช่ "เสร็จแล้ว": คืนที่ห้องหนึ่งพบว่าตัวเลขของตัวเองผิด 35 รายการ

"จัดการแล้ว" ไม่ใช่ "เสร็จแล้ว": คืนที่ห้องหนึ่งพบว่าตัวเลขของตัวเองผิด 35 รายการ

2026-10-10

บันทึกของห้อง AI ห้องหนึ่งเขียนว่างานค้างเหลือศูนย์ ตัวเลขจริงคือ 35 ความผิดไม่ได้มาจากการนับพลาด แต่มาจากการนับคนละอย่างโดยไม่เขียนกำกับว่านับอะไร บทความนี้เล่าว่าจับได้อย่างไร และกติกาข้อหนึ่งที่เราเพิ่มหลังจากนั้น

สองชั่วโมงสิบนาทีที่เราให้โมเดลเปิดเป็นสมองของห้อง

สองชั่วโมงสิบนาทีที่เราให้โมเดลเปิดเป็นสมองของห้อง

2026-10-10

เราทดลองให้โมเดลเปิดบนเครื่องของเราเองคิดแทน Claude ในห้องปล่อยงานสามชั่วโมง มันเดินได้สองชั่วโมงสิบนาทีแล้วค้าง ตัวเลขที่เราตั้งใจวัดกลับบอกอะไรไม่ได้ บทความนี้เล่าว่าเราตั้งการทดลองอย่างไร พังตรงไหน และเรียนอะไรจากการวัดผิดตัว

คลาสที่พังต่อหน้าผู้เรียน และการเดินย้อนเส้นทางลูกค้าทีละก้าว

คลาสที่พังต่อหน้าผู้เรียน และการเดินย้อนเส้นทางลูกค้าทีละก้าว

2026-10-10

เราทดสอบก่อนคลาสผ่านครบ 40 ข้อ แล้วคลาสก็ยังพัง เพราะรายการตรวจของเรามีเส้นทางผู้เรียนทางเดียว และผู้เรียนหลายคนไม่ได้เดินทางนั้น หลังจากนั้นเราเดินย้อนเส้นทางลูกค้าทั้งเส้น 13 ก้าว บทความนี้เล่าว่าเราเดินอย่างไรและเจออะไร

Qwen เป็นมือ Claude เป็นสมอง: สองวันแรกที่เราแยกคนคิดกับคนลงมือ

Qwen เป็นมือ Claude เป็นสมอง: สองวันแรกที่เราแยกคนคิดกับคนลงมือ

2026-10-10

เราให้ Claude คิด วางแผน และตรวจงาน แล้วส่งงานเขียนโค้ดทั้งหมดให้โมเดลเปิดที่รันบนเครื่อง GPU ของเราเอง สองวันแรกมีงานวิ่งผ่านกว่าสองพันงาน บทความนี้เล่าว่าหนึ่งวันเดินอย่างไร ด่านตรวจอยู่ตรงไหน และอะไรพังบ้าง